Thursday, July 24, 2014

ทริปเดี่ยวประจำปี 57 ตอนที่ 3 - ตระเวน...น่าน

วันนี้วางแผนว่าว่าจะปั่นในเมือง แล้วปั่นไปพระธาตุเขาน้อย ออกนอกเมืองไปนิดหน่อย

น่าน...เป็นเมืองที่เล็กจริงๆ นะ เพราะเราเปิด google map จะไปพระธาตุเขาน้อย มันก็ไม่ไกลหรอก แต่ก็ไม่น่าจะใกล้มาก ขี่ๆ ไป แปบเดียว ถึงแยกที่ต้องเลี้ยวละ คือมันจะเลยตลอด มันสั้นกว่าที่เราจินตนาการมาจากแผนที่ คือถ้าไม่ได้ขี่จักรยานแล้วเปลี่ยนเป็นขับรถ ก็คงเที่ยวเมืองน่านหมดภายใน 1 วัน

แวะกินอาหารเช้าก่อน ที่ hot bread อยู่ถนนระหว่าง พิพิธภัณฑ์น่าน กับวัดภูมินทร์



สั่ง ออมเล็ท เห็ด มะเขือเทศ ชีส + ขนมปังปิ้ง และคาปูร้อน ส่วนตัวเลย ออมเล็ท อร่อยเลยล่ะเพร่ะใส่ชีส แต่ไม่ต้องเพิ่มขนมปังหรอก เพราะเค้าปิ้งมาไม่กรอบ หรือจะลองบอกเค้าขอกรอบๆ อันนี้ไม่รู้ว่าได้ไหมนะ ส่วนกาแฟไม่ต้องพูดถึง ไม่อร่อยเลย ลืมมันไปซะ 



เฮือนม่วนใจ๋ อยู่ใกล้ พิพิธภัณฑ์น่าน และวัดภูมินทร์มาก เลี้ยวๆ ก็เจอเลย

มุมมหาชน... พิพิธภัณฑ์น่าน


ค่าเข้า คนไทย 20.- ต่างชาติ 100.- แต่ช่วงนี้เข้าฟรี ตามนโยบายคืนความสุขให้ประชาชนของ คสช. จ้า


แสดงประวัติต่างๆ ที่เกี่ยวกับน่าน


ต่อกันที่ วัดภูมินทร์ ไปตอนเช้า วันธรรมดา เงียบมากกกก เข้าไปนั่งในโบสถ์ เงียบและสงบมาก ได้ยินเสียงกระดิ่งกรุ๊งกริ๊ง 


มุมมหาชน ภาพจิตรกรรมฝาผนัง ปู่ม่านย่าม่าน กระซิบรัก (ควรดูทั้งโบสถ์นะ อย่ามาดูแค่นี้)




ปั่นไปกันต่อ จุดหมายปลายทาง พระธาตุเขาน้อย ขี่ไปตามถนน 101 ทางไปแพร่ ปั่นไปไม่นาน จะเจอแยกเลี้ยวขวา (หน้าตาเหมือนซอยใหญ่ๆ มากกว่า)

จากนั้นขี่ตรงไปเรื่อยๆ ถ้าเห็นเนินขึ้นนั่นแหล่ะ ใช่เลย ตอนแรกก็ว่าไหว ยังคิดไม่ทันจบ จากนั้นลงเข็นเลย ฮา.... มันชันมาก ไม่ไหว 


จากตีนเนิน เข็นมาได้พอประมาณ จริงๆ เจอบันไดนี้ จอดรถไว้แล้วเดินขึ้นได้เลย แต่เราไม่รู้ว่ามันเดินขึ้นได้ เลยเข็นไปต่อ โว๊ะ เหนื่อยยยย



มุมมหาชน เห็นวิวเมืองน่าน (อย่ามัวแต่ถ่ายรูปเน่อ ไหว้พระด้วยนะจ๊ะ)


นั่งที่ศาลาพักเหนื่อย ลมเย็นมาก มีเสียงหริ่งเรไร นั่งจนหลับ เหงื่อแห้ง จากนั้น ไหลลงมา เสียวมาก เพราะเจ้าคันน้อย เบรคไม่ได้เซ็ทมาให้ลงเขาชัน ต้องค่อยๆ ลง ทางค่อนข้างเสียว เพราะไม่ใช่ทางลงยาวๆ มันตรงสั้นๆ แล้วเลี้ยว วู้ว เสียวไปอีกแบบ

กลับมานอนหลบฝนที่เฮือน อยู่น่านมา 2 วันรู้ละ ฝนจะตก 2 เวลา คือ ช่วงบ่าย 2 - 4 โมง แล้วหยุด จะไปตกอีกทีหลังสองทุ่ม ซื้ออะไรกลับมากินแล้วนอนระหว่างฝนตก จากนั้นตอนเย็นออกไปปั่น

เจอเส้นทางปั่นคือ เลาะริมน้ำน่านไปเรื่อยๆ ตอนเย็นคนมาออกกำลังกายเยอะ ปั่นไปเรื่อยๆ จนเจอบ่อบำบัดน้ำ ใหญ่มาก อย่างกะทะเลสาบ คนก็มาออกกำลังกายเพียบเลย ลมเย็น วิวสวย อยู่น่านไม่ต้องกลัวปวดฉี่ เพราะวัดเยอะ สามารถเข้าห้องน้ำได้เลย



























Wednesday, July 23, 2014

ทริปเดี่ยวประจำปี 57 ตอนที่ 2 - น่าน...ม่วนใจ๋

ทริปเดี่ยว คือมาคนเดียว จะว่าม่วนขนาด มันก็ไม่ขนาด เพราะไม่รู้จะคุยกะใคร น้ำลายมันจะบูด

นั่งนกแอร์จากดอนเมือง มาถึงสนามบินน่าน ใช้เวลาชั่วโมงเดียว แอบได้ยินคุณพี่ข้างๆ คุยกับเพื่อนว่า ถ้าลำใหญ่ 1 ชั่วโมง ถ้าลำเล็ก 1 ชั่วโมง 20 นาที

ออกมาก็ประกอบจักรยาน เงยหน้ามาอีกที คนไปหมดแล้ว เหลือเราเพียงลำพังกับพี่ยาม 2 คน





วันแรกยังดูเซอร์เวย์ก่อน ถนนเมืองน่าน ง่ายๆ ไม่ซับซ้อน เหมือนเป็น อเวนิว กับสตรีท แบบนิวยอร์ก (เนี่ยยย ตอแหลป่ะ) แต่ขอโทษเหอะ ขับวนไปวนมาก็ยังจำถนนไม่ได้ หวังพึ่งพิง google map ก็ลำบาก ต้องจอดจักรยานดู ควรอย่างยิ่ง ที่จะมีเม้าส์ iphone ติดแฮนด์

อากาศกลางวันที่น่าน ก็แดดร้อนคือๆ กรุงเทพฯ แต่พอหลังฝนตก จะเย็นๆ มองไปไกลๆ จะเห็นเมฆลงมาต่ำเรี่ยดิน สวยดี ส่วนจะเข้าชมอะไร ก็ปิดหมดละ มัวแต่ขี่รถวน



ที่พัก..
เนื่องจากใช้จ่ายไปกะค่าอะไรอื่นๆ ไร้สาระไปเยอะ ทริปนี้เลยมุ่งมั่น ที่จะพักที่พักราคาถูก ส่วนตัว ดูไว้ 2 ที่ คือ เฮือนม่วนใจ๋ กับศรีนวลลอจ 

เฮือนม่วนใจ๋ ตกคืนละ 335.- จองกับอาโกด้า มาก่อน  1 คืน แล้วค่อยไปดู ศรีนวลลอจ อันตกคืนละ 560.-

เฮือนม่วนใจ๋ เป็นบ้านไม้ อายุเป็นร้อยปี ถ้าใครดูข้อมูลจากในเว็บมาถึง ก็จะไม่เหมือนเท่าไหร่ เพราะเค้าไม่ได้จัดให้มันกิ๊บเก๋แบบนั้นตลอด มันจะเก่าๆ มีคราบตะไคร่ ของเจ๊งๆ อะไรงี้ คือไม่ได้เก่าเป็นตีมแบบเพลินวาน คือเค้าเก่าจริงๆ เลย แบบเดินแล้วดังเอี๊ยดออด ดังนั้น ในบ้านจะติดป้ายเยอะมั่ก ว่าเดินเบาๆ ข้างล่างมีคนนอน หรือเตือนว่า มาเป็นหมู่คณะ หรือครอบครัวที่มีเด็ก ให้เบาๆ ดังนั้น ใครที่จะมานอนเอาเท่ห์นี่ไม่ได้เลยนะ 


เราว่ามันเหมาะกับคนมาเที่ยวปลีกวิเวก นอน นั่ง ชิล ช้า เรื่อยๆ เงียบๆ มากกว่า (มาสวีทกับแฟนก็ไม่เหมาะนะ เพราะแค่เดินพื้นก็เอี้ยดๆ แล้ว อิอิ)


"เงียบกริบมาก เช่าห้องเดียว เหมือนได้ทั้งหลัง"


ตอนบ่ายไปดูที่ศรีนวลลอจ เข้าไปดูห้อง สวยเลยละ ข้างนอกก็สวย เลยจอง 2 คืนที่เหลือ แต่พอเดินออกมา รู้สึกแบบ มันดูวุ่นวายนะ แล้วก็มันเก่า แบบสร้างขึ้นมา ก็เลยคิดถึงเฮือนม่วนใจ๋ เลยกลับไปบอกเค้าว่าเหลือคืนเดียวพอ คือคืนสุดท้ายก่อนกลับ แล้วกลับมานอน เฮือนม่วนใจ๋ต่ออีกคืน 



แล้วก็คิดถึงเจ้าเหมียวนี่ด้วย น่ารักมั่ก นอนอยู่ขึ้นมานอนบนหัวเลยอ่ะ ตามนัวเนีย นี่ถ้าไม่ใช่แมวดำ มันคงโดนอุ้มไปแล้ว

สะพานข้ามแม่น้ำน่าน

ระหว่างทางขี่ไปพระธาตุแช่แห้ง ไปเย็นมากละ ไม่มีคนเลย



ข้าวซอยร้านวันดา ใครๆ ก็ต้องแวะ เจ้มจ้นถึงใจ


ร้าน Coffee Sound

พวกอาหารหรือของกิน ลองลง app foursquare หรือ วงใน wongnai จะช่วยได้เยอะ มีแผนที่พาไปได้เลย























Monday, July 21, 2014

ทริปเดี่ยวประจำปี 57 ตอนที่ 1 - เตรียมปั่น

ถือเป็นประเพณีไปละ ที่ในแต่ละปี จะต้องมีทริปไปเที่ยวที่ฉายเดี่ยว ซึ่งคอนเซ็ปต์ในแต่ละทริป คือ ประหยัด และไปในแบบที่ทริปปกติ (สบายๆ) ไม่เคยไป เช่น ต้องนั่งรถทัวร์ รถไฟ ประมาณแบบ เวลาเยอะ ตังค์น้อย

ทริปเดี่ยวแรก - นั่งรถไฟไปเชียงใหม่
ทริปเดี่ยว 2 - หอบจักรยานนั่งรถไฟไปหนองคาย แล้วปั่นข้ามไปเวียงจันท์

ปีนี้ วางแผนว่าอยากปั่นจักรยานอีก มานั่งคิดว่า ที่ไหน ที่เราจะเที่ยว และใช้จักรยานเป็นพาหนะอย่างเดียว สุดท้ายมาลงตัวที่น่าน เพราะ น่าน ขึ้นชื่อเป็นเมืองน่ารัก แถมน่าปั่น แล้วคนตอแหลอย่างเรา จะให้ไปเช่าจักรยานแม่บ้าน มันก็ไม่แนว เลยกะจะเอาจักรยานไปเอง

บังเอิญอีก นกแอร์ออกนิตยสาร โปรโมทเที่ยวน่าน พร้อมนำเสนอโปรโมชั่น โหลดจักรยาน รวมกับน้ำหนักกระเป๋า ไม่เกิน 15 กก. ฟรี!! (แต่ต้องแพ็คจักรยานให้ดี) เลยหน้ามืดจองตั๋วเลยวันนั้นเลย

หลังจากจอง ค่อยมาหาข้อมูลแพ็คจักรยาน แผนที่วางไว้ กะว่าลงเครื่อง รับของ เติมลม แล้วปั่นเลย จะไม่ใช้บริการรถสาธารณะเด็ดขาด ตอนโหลดขึ้นเครื่องเค้าจะให้ปล่อยลมครึ่งนึง ส่วนจักรยานเราเป็นจักรยานพับ ดังนั้นก็แค่พับ ไม่ต้องปลดแฮนด์ ปลดเบาะ ก็ไม่น่าจะมีอะไรยุ่งยาก 

เลยสั่งซื้อ ตระแกรงหลังปลดเร็ว กับกระเป๋าจักรยานพับมา พอได้รับของ ไอ้ตระแกรงน่ะ โอเค แต่กระเป๋านี่สิ ใหญ่เกินไป และบางมาก เนื่องจากเราไม่อ่านให้ดีก่อนซื้อเอง ว่าเค้าบอกว่าไม่เหมาะจะนำขึ้นเครื่องบิน เลยตัดสินใจขายไป ทั้งที่ยังไม่ได้ใช้เลย

ยิ่งหาอ่านข้อมูลเรื่องโหลดจักรยานขึ้นเครื่องบินยิ่งหลอน ขนาดคนแพ็คดีๆ ยังมัเฟรมถลอก เฟรมร้าว เป็นรอย นอยเลยตรู อยากกลับไปนั่งรถไฟเลย

จริงๆ แล้ว ว่ากันว่า นกแอร์มีบริการ โหลดสัมภาระพิเศษ เช่นจักรยาน สามารถเสียค่าระวาง 200 เค้าจะขนจักรยานให้เราแบบพิเศษ เข็นไป ไม่โยน แต่หาข้อมู ทั้งในเน็ต ทั้งโทรถาม call center   ก็ไม่มีใครคอนเฟิร์ม

จากทริปสุดประหยัด เริ่มบานปลาย ทั้งซื้อตระแกรงหลัง กระเป๋าที่ขายไปก็ขาดทุน ที่ล็อคจักรยานแบบยูล็อค ถ้าจะต้องซื้อกระเป๋าจักรยานแบบเฉพาะเอาขึ้นเครื่องได้ จะต้องเสียค่ากระเป๋าอีก ประมาณ 3000.- คงไม่ไหว T_T ตอนหลังตัดใจไปละ ไปเช่ามอเตอร์ไซค์เอาละกัน

ระหว่างที่กึ่งตัดใจเอาไปดี ไม่เอาไปดี ก็ไปเจอโปรโมชั่นดีๆ เยี่ยงนี้ จาก vincita คือให้ยืมกระเป๋า สำหรับไปทัวร์ริ่งฟรี 7 วัน กรี๊ดดดดดด สำหรับบรอมตัน มีกระเป๋าสำหรับบรอมตันและเพิ่มกระเป๋าเสื้อผ้า สำหรับยัดเข้าไปป้องกันการกระแทกกับจักรยานได้อีกด้วย ไม่รอช้า รีบโทรไปถาม กระเป๋าว่างให้ยืมพอดี ข้อแม้ในการยืม ก็ไม่ยุ่งยากจนเกินไป







ดังนั้นจึงเปลี่ยนแผน กลับมาปั่นอีกครั้ง เลยต้องวางแผนการเรื่องสัมภาระดีๆ  เพราะกระเป๋าใส่จักรยาน ค่อนข้างใบใหญ่ ถึงพับได้ ก็พับได้ไม่ใหญ่มาก แล้วต้องวางบนตระแกรง ไปพร้อมกับ กระเป๋าเสื้อผ้า ซึ่งรวมแล้ว ห้ามเกิน 10 กก. แต่เราว่า ไม่น่าถึง 10 กก. ด้วยซ้ำ

ส่วนแพลนการเที่ยว คือในเมืองเป็นหลัก และออกนอกเมืองในรัศมีที่พอไหว ซึ่งก็มี ปั่นไปไหว้พระ ชมวัด ปั่นริมน้ำ ปั่นออกนอกเมืองชมทุ่งนี้ แต่ช่วงนี้หน้าฝน อาจจะเป็นอุปสรรคการปั่นนิดหน่อย  ปั่นกินอาหารพื้นถิ่น จิบกาแฟร้านฮิพๆ (ด้วยงบที่เหลือ 4 วัน 3 คืน รวมที่พัก ห้ามเกิน 2000 นะ เพราะตังค์หมดละ)



รีวิวกระเป๋า สำหรับ บรอมตัน vincita 
ไปยืมมาล้าววว B132B + B206B vincita โดยเตรียมคูปองไป กรอกข้อมูลที่ร้าน พร้อมยื่นบัตรประชาชน + เสียค่ามัดจำ 500.- อิอิ แถมท้ายด้วย โดนเบาะใหม่มาอันนึง :P ซื้อเบาะหนังสีดำรุ่นสปอร์ตสีดำมาอันนึง ก่อนหน้านี้ เคยจะซื้อเบาะ vincita ทีนึง แต่เพื่อนบอกว่า brooks ดีกว่า ขายต่อราคาไม่ตก เพิ่มอีกนิดเดียว (นิดเดียวคือเท่านึง T-T) ยอมรับแหล่ะ ว่า brooks ดีจริง ดีมาก ขนาดว่าไม่เคยเจ็บตูดเลย คือใครเคยใช้ brooks คุณจะไปใช้เบาะไก่กาไม่ได้อีกแล้ว เพราะตูดคุณมันจะตอแหล รับไม่ได้กะเบาะจักรยานธรรมดา แต่ถ้ามีจักรยานหลายคัน จะให้ซื้อ brooks ทุกคัน เป็นอันหมดตูดก่อนเจ็บตูด เลยซื้อ vincita มาลอง สงวนราคาที่ 2690.- ซึ่งรูปลักษณ์ก็สวยดี ไม่ขี้เหร่ ทางร้านบอกว่า ต้องใช้เวลาเบิร์นนานหน่อย กว่าจะเข้าที่เข้าทาง (เข้าตูด) ลองใส่แปบนึง แต่ไม่กล้าเอาไปน่าน กลัวเยิน


ว่ากันด้วยกระเป๋า ต้องไปรับที่ vincita สาขา มีนบุรีเท่านั้น เจ้าหน้าที่บริการดีมาก (น่าร้ากกก) ไม่เรื่องเยอะ ตัวกระเป๋า B132B สำหรับใส่จักรยาน หน้าตาดูดีพอสมควร แต่บุนวมไม่หนามาก แต่ถ้าหนากว่านี้ คงพับไม่ได้ จะเป็นภาระอีก ดังนั้น จึงต้องใช้ร่วมกับ B206B ซึ่งเป็นกระเป๋าใส่เสื้อผ้า ซึ่งรูปทรงจะเหมือนกระเป๋าพาดกับตะแกรง ซึ่งเมื่อใส่เสื้อผ้าไปแล้วไปวางบนจักรยานอีกทีตอนอยู่ในกระเป๋า จะช่วยเติมเต็มส่วนที่ว่าง และซัพพอร์ทลดการกระแทกได้อีกขั้น


ไกลจุง ('-_-)

เห็นในร้านแล้วต้องท่อง ยุบหนอ พองหนอ ดับกิเลศ 
ซื้อเยอะ จนหนอ บางอย่าง มีแล้วหนอ สุดท้ายได้เบาะ 555



ถ่ายแต่กระเป๋า ดูไม่ใหญ่ แต่พอไปยืนคู่เท่านั้นแหล่ะ ใหญ่เลย


เดินทางพรุ่งนี้ละ เวลาเริ่มเหลือน้อย ลองแพ็คดูก่อน  เริ่มแรกพับจักรยาน แล้วเอาฟองน้ำโฟมๆ มากันส่วนที่คิดว่าน่าจะ ทิ่มแทง เสียดสี  จากนั้นถอดเบาะออก


ลองเอาใส่กระเป๋าดู ตรงไหนเป็นช่องว่าง ก็เอาโฟมยัดไว้


สุดท้าย เอา B206B ไปใส่เสื้อผ้าให้นุ่มนิ่ม แล้วมาวางพาดไว้


รูดซิปปิดเรีบร้อย ลองตบๆ ดู มันก็ดูนิ่มๆ แน่นๆ ดี



ชั่งแล้ว สิริรวม 20 โล เอาล่ะสิ เค้าให้ฟรี 15 โล เดี๋ยวค่อยไปถามที่เค้าน์เตอร์พรุ่งนี้ ว่าจะเสียค่าสัมภาระเพิ่ม หรือว่าเสียค่าระวางจักรยานดี ลองๆ ยกดู หนักเอาเรื่อง ('-_-)

เพื่อความชัวร์ ไปปริ้นท์กระดาษ ระวังแตก มาแปะ


(แถมรูปเบาะวินซิต้า)

รายงานผลการเช็คอิน โหลดสัมภาระและจักรยาน กับ นกแอร์

เมื่อคืนงัดนู่นนี่ออก เอา B206B ที่ใส่เสื้อผ้าออกเพราะน้ำหนักเกิน เสี่ยงดวงเอา ว่าเค้าจะโยนหรือไม่โยน ชั่งได้ 15 กก. เป้เสื้อผ้าแยก 6 กก รวมเครืีองมือจักรยาน กะว่า ถ้าเป้ขึ้นเครื่องไม่ได้ ก็จะเสียค่าระวางจักรยาน แล้วโหลดเป้ แต่ปรากฏว่า ที่เค้าน์เตอร์บอกว่า ถ้าเป็นจักรยานพับเรียบร้อย เค้าจะแจ้งเจ้าหน้าที่ว่ามีจักรยาน ทางนั้นจะไม่โยน (รุนแรง) ส่วนเครื่องมือ ให้ใส่ลงกระเป๋าจักรยาน ถ้าเกินนิดหน่อย เค้าช่วยได้ แล้วเป้ให้ถือขึ้นเครื่องไป น่าร้ากกกกกกกมากกกกกกกกก