Friday, August 29, 2014

ทริปเดี่ยวประจำปี 57 ตอนที่ 4 - น่าน...

แพลนไว้ว่าจะไปหอศิลป์ริมน้ำ ที่เป็นแกลอรี่ส่วนตัวของ ศิลปินวินัย ปราบริปู โดยขี่จักรยานไป ระยะทางรวม 20 กม. ไม่ไกลเท่าไหร่ คิดเอาไว้ว่าชิว

ชุดพร้อมมาก

เปิดกูเกิ้ลแมพเสร็จสรรพ ขี่ไปทางผ่านสนามบิน จากนั้นก็ตรงยิงยาว เห็นเนินต่ำ ยาวๆ เลย ยังชิว แต่พอขึ้นเนินกลางเท่านั้นแหล่ะ ท้อเลยคับ จักรยานกรูมันเกียร์ดุม 2 เกียร์ ไม่เจียมตัว บวกกับไม่คิดว่าจะเหนื่อยขนาดนี้ ยักแย่ยันปั่นไปเรื่อยแบบสังเวชตัวเอง เหงื่อชุ่มเต็มตูด ลืมอากาศร้อนๆ ไปเลย นึกถึงจุดหมายปลายทางเท่านั้น 


ถนนต่างจังหวัดที่มีภูเขา เส้นทางระหว่างตำบล จะเป็นลักษณะขึ้นเนิน แล้วลงเนินไปอีกตำบล ดังนั้น ระหว่างทางก็จะผ่าน ตำบลผาสิงห์ แวะพักให้หายหอบ จากนั้นค่อยไปต่อ



เหลือบไปเห็นชาวบ้านขายไก่ปิ้งเลยแวะซื้อ นี่ช่วยชีวิตเลยนะ เพราะไม่รู้เลยว่าที่หอศิลป์ไม่มีอาหารขาย ดีนะซื้อไปก่อน

แม่ค้าทักทาย ถามว่า ปั่นมาจากไหน เราตอบว่ามาจากในเมือง นางบอก โห้...ไกลมากนะ พอเราถามว่าไปหอศิลป์อีกไกลป่าว นางว่าไกล เป็น 10 กว่าโล เลยบอกนางว่า อย่าบอกว่าไกลสิ ให้พูดว่าใกล้ เดี๋ยวหมดกำลังใจ คุยเสร็จปั่นต่อ

ดีนะไม่เชื่อแม่ค้าไก่ปิ้ง เกือบเปลี่ยนใจกลับ

ถึงแล้ว


ค่าเข้าชม คนละ 20 บาท ปิดวันพุธ เราไปวันธรรมดา เงียบมากกก แต่มีที่ให้นั่งพักผ่อนบรรยากาศร่มรื่นดี มีร้านแกแฟ 1 ร้านเปิดเพลงเหนือเคล้าคลอเบาๆ นั่งแล้วสบายใจ

ในส่วนแกลอรี่ จะเป็นรูปผลงานของ ศิลปินวินัย ปราบริปู และคงเป็นที่เก็บงานของศิลปินอื่นที่ท่านสะสม ชมไปเพลินๆ ดี






ขากลับก็ยักแย่ยักยัน ปั่นกลับมา แต่รู้สึกง่ายกว่าขาไป สงสัยได้ไก่ปิ้งข้าวเหนียวเติมพลัง

แวะกาดน่าน จิบกาแฟอีกรอบ ที่ร้าน WorkBoxes ร้านน่ารัก ขนมอร่อย เป็นร้านดังในน่าน คนเยอะตลอด




จากนั้น กลับโรงแรม อาบน้ำ นอน....น

วันกลับ ด้วยความมีประสบการณ์ละ ว่าแพ็คจักรยานยังไง ขี่ไปสนามบินทางไหน เลยเตรียมตัวไปดี แยกเสื้อไว้เปลี่ยนตัวนึง เพราะขี่ไปเหงื่อออกไม่เท่าไหร่ แต่ตอนแพ็คนี่ เหงื่อท่วม


โหลดกระเป๋า เปลี่ยนเสื้อ แล้วนั่งรอขึ้นเครื่อง เนื่องจากสนามบินน่าน เป็นสนามบิกเล็กๆ ที่โหลดกระเป๋า ห้องน้ำ หน้า gate (มี gate เดียว) คือเหมือนฮอลใหญ่ๆ มีคอกกั้น 

ไม่ค่อยเคยบินนกแอร์ เพราะส่วนมากบินแอร์เอเชีย ตอนจังหวะก่อนเครื่องขึ้น จะมีพนักงานสาธิตนุ่นนี่ เรามองไปนอกหน้าต่าง เห็นพนง. ที่โหลดกระเป๋าที่เค้าเตอร์ (มีคนเดียว) น้องผู้หญิงตรวจบัตร เดินออกมาที่บริเวณลานจอด ยืนสวัสดี แล้วบ๊ายบาย ตอนเครื่องเริ่มออก เฮ่ยยย น่ารักมาก คนอื่นๆ ไม่ได้มองหรอก เพราะมองการสาธิตอยู่ คือมันเป็นอะไรเล็กๆ น้อยๆ แต่เค้าก็ทำ มันให้ความรู้สึก เข้าถึง หรือแบบเฟรนด์ลี่ดี อันนี้แอบชอบ และคิดว่าจะใช้บริการ

สุดท้าย... กับเมืองน่าน เมืองน่ารัก เป็นมิตรกับนักปั่น ซึ่งตัองได้มาอีกแน่ๆ 




บ๊ายบาย...ย


















Thursday, July 24, 2014

ทริปเดี่ยวประจำปี 57 ตอนที่ 3 - ตระเวน...น่าน

วันนี้วางแผนว่าว่าจะปั่นในเมือง แล้วปั่นไปพระธาตุเขาน้อย ออกนอกเมืองไปนิดหน่อย

น่าน...เป็นเมืองที่เล็กจริงๆ นะ เพราะเราเปิด google map จะไปพระธาตุเขาน้อย มันก็ไม่ไกลหรอก แต่ก็ไม่น่าจะใกล้มาก ขี่ๆ ไป แปบเดียว ถึงแยกที่ต้องเลี้ยวละ คือมันจะเลยตลอด มันสั้นกว่าที่เราจินตนาการมาจากแผนที่ คือถ้าไม่ได้ขี่จักรยานแล้วเปลี่ยนเป็นขับรถ ก็คงเที่ยวเมืองน่านหมดภายใน 1 วัน

แวะกินอาหารเช้าก่อน ที่ hot bread อยู่ถนนระหว่าง พิพิธภัณฑ์น่าน กับวัดภูมินทร์



สั่ง ออมเล็ท เห็ด มะเขือเทศ ชีส + ขนมปังปิ้ง และคาปูร้อน ส่วนตัวเลย ออมเล็ท อร่อยเลยล่ะเพร่ะใส่ชีส แต่ไม่ต้องเพิ่มขนมปังหรอก เพราะเค้าปิ้งมาไม่กรอบ หรือจะลองบอกเค้าขอกรอบๆ อันนี้ไม่รู้ว่าได้ไหมนะ ส่วนกาแฟไม่ต้องพูดถึง ไม่อร่อยเลย ลืมมันไปซะ 



เฮือนม่วนใจ๋ อยู่ใกล้ พิพิธภัณฑ์น่าน และวัดภูมินทร์มาก เลี้ยวๆ ก็เจอเลย

มุมมหาชน... พิพิธภัณฑ์น่าน


ค่าเข้า คนไทย 20.- ต่างชาติ 100.- แต่ช่วงนี้เข้าฟรี ตามนโยบายคืนความสุขให้ประชาชนของ คสช. จ้า


แสดงประวัติต่างๆ ที่เกี่ยวกับน่าน


ต่อกันที่ วัดภูมินทร์ ไปตอนเช้า วันธรรมดา เงียบมากกกก เข้าไปนั่งในโบสถ์ เงียบและสงบมาก ได้ยินเสียงกระดิ่งกรุ๊งกริ๊ง 


มุมมหาชน ภาพจิตรกรรมฝาผนัง ปู่ม่านย่าม่าน กระซิบรัก (ควรดูทั้งโบสถ์นะ อย่ามาดูแค่นี้)




ปั่นไปกันต่อ จุดหมายปลายทาง พระธาตุเขาน้อย ขี่ไปตามถนน 101 ทางไปแพร่ ปั่นไปไม่นาน จะเจอแยกเลี้ยวขวา (หน้าตาเหมือนซอยใหญ่ๆ มากกว่า)

จากนั้นขี่ตรงไปเรื่อยๆ ถ้าเห็นเนินขึ้นนั่นแหล่ะ ใช่เลย ตอนแรกก็ว่าไหว ยังคิดไม่ทันจบ จากนั้นลงเข็นเลย ฮา.... มันชันมาก ไม่ไหว 


จากตีนเนิน เข็นมาได้พอประมาณ จริงๆ เจอบันไดนี้ จอดรถไว้แล้วเดินขึ้นได้เลย แต่เราไม่รู้ว่ามันเดินขึ้นได้ เลยเข็นไปต่อ โว๊ะ เหนื่อยยยย



มุมมหาชน เห็นวิวเมืองน่าน (อย่ามัวแต่ถ่ายรูปเน่อ ไหว้พระด้วยนะจ๊ะ)


นั่งที่ศาลาพักเหนื่อย ลมเย็นมาก มีเสียงหริ่งเรไร นั่งจนหลับ เหงื่อแห้ง จากนั้น ไหลลงมา เสียวมาก เพราะเจ้าคันน้อย เบรคไม่ได้เซ็ทมาให้ลงเขาชัน ต้องค่อยๆ ลง ทางค่อนข้างเสียว เพราะไม่ใช่ทางลงยาวๆ มันตรงสั้นๆ แล้วเลี้ยว วู้ว เสียวไปอีกแบบ

กลับมานอนหลบฝนที่เฮือน อยู่น่านมา 2 วันรู้ละ ฝนจะตก 2 เวลา คือ ช่วงบ่าย 2 - 4 โมง แล้วหยุด จะไปตกอีกทีหลังสองทุ่ม ซื้ออะไรกลับมากินแล้วนอนระหว่างฝนตก จากนั้นตอนเย็นออกไปปั่น

เจอเส้นทางปั่นคือ เลาะริมน้ำน่านไปเรื่อยๆ ตอนเย็นคนมาออกกำลังกายเยอะ ปั่นไปเรื่อยๆ จนเจอบ่อบำบัดน้ำ ใหญ่มาก อย่างกะทะเลสาบ คนก็มาออกกำลังกายเพียบเลย ลมเย็น วิวสวย อยู่น่านไม่ต้องกลัวปวดฉี่ เพราะวัดเยอะ สามารถเข้าห้องน้ำได้เลย



























Wednesday, July 23, 2014

ทริปเดี่ยวประจำปี 57 ตอนที่ 2 - น่าน...ม่วนใจ๋

ทริปเดี่ยว คือมาคนเดียว จะว่าม่วนขนาด มันก็ไม่ขนาด เพราะไม่รู้จะคุยกะใคร น้ำลายมันจะบูด

นั่งนกแอร์จากดอนเมือง มาถึงสนามบินน่าน ใช้เวลาชั่วโมงเดียว แอบได้ยินคุณพี่ข้างๆ คุยกับเพื่อนว่า ถ้าลำใหญ่ 1 ชั่วโมง ถ้าลำเล็ก 1 ชั่วโมง 20 นาที

ออกมาก็ประกอบจักรยาน เงยหน้ามาอีกที คนไปหมดแล้ว เหลือเราเพียงลำพังกับพี่ยาม 2 คน





วันแรกยังดูเซอร์เวย์ก่อน ถนนเมืองน่าน ง่ายๆ ไม่ซับซ้อน เหมือนเป็น อเวนิว กับสตรีท แบบนิวยอร์ก (เนี่ยยย ตอแหลป่ะ) แต่ขอโทษเหอะ ขับวนไปวนมาก็ยังจำถนนไม่ได้ หวังพึ่งพิง google map ก็ลำบาก ต้องจอดจักรยานดู ควรอย่างยิ่ง ที่จะมีเม้าส์ iphone ติดแฮนด์

อากาศกลางวันที่น่าน ก็แดดร้อนคือๆ กรุงเทพฯ แต่พอหลังฝนตก จะเย็นๆ มองไปไกลๆ จะเห็นเมฆลงมาต่ำเรี่ยดิน สวยดี ส่วนจะเข้าชมอะไร ก็ปิดหมดละ มัวแต่ขี่รถวน



ที่พัก..
เนื่องจากใช้จ่ายไปกะค่าอะไรอื่นๆ ไร้สาระไปเยอะ ทริปนี้เลยมุ่งมั่น ที่จะพักที่พักราคาถูก ส่วนตัว ดูไว้ 2 ที่ คือ เฮือนม่วนใจ๋ กับศรีนวลลอจ 

เฮือนม่วนใจ๋ ตกคืนละ 335.- จองกับอาโกด้า มาก่อน  1 คืน แล้วค่อยไปดู ศรีนวลลอจ อันตกคืนละ 560.-

เฮือนม่วนใจ๋ เป็นบ้านไม้ อายุเป็นร้อยปี ถ้าใครดูข้อมูลจากในเว็บมาถึง ก็จะไม่เหมือนเท่าไหร่ เพราะเค้าไม่ได้จัดให้มันกิ๊บเก๋แบบนั้นตลอด มันจะเก่าๆ มีคราบตะไคร่ ของเจ๊งๆ อะไรงี้ คือไม่ได้เก่าเป็นตีมแบบเพลินวาน คือเค้าเก่าจริงๆ เลย แบบเดินแล้วดังเอี๊ยดออด ดังนั้น ในบ้านจะติดป้ายเยอะมั่ก ว่าเดินเบาๆ ข้างล่างมีคนนอน หรือเตือนว่า มาเป็นหมู่คณะ หรือครอบครัวที่มีเด็ก ให้เบาๆ ดังนั้น ใครที่จะมานอนเอาเท่ห์นี่ไม่ได้เลยนะ 


เราว่ามันเหมาะกับคนมาเที่ยวปลีกวิเวก นอน นั่ง ชิล ช้า เรื่อยๆ เงียบๆ มากกว่า (มาสวีทกับแฟนก็ไม่เหมาะนะ เพราะแค่เดินพื้นก็เอี้ยดๆ แล้ว อิอิ)


"เงียบกริบมาก เช่าห้องเดียว เหมือนได้ทั้งหลัง"


ตอนบ่ายไปดูที่ศรีนวลลอจ เข้าไปดูห้อง สวยเลยละ ข้างนอกก็สวย เลยจอง 2 คืนที่เหลือ แต่พอเดินออกมา รู้สึกแบบ มันดูวุ่นวายนะ แล้วก็มันเก่า แบบสร้างขึ้นมา ก็เลยคิดถึงเฮือนม่วนใจ๋ เลยกลับไปบอกเค้าว่าเหลือคืนเดียวพอ คือคืนสุดท้ายก่อนกลับ แล้วกลับมานอน เฮือนม่วนใจ๋ต่ออีกคืน 



แล้วก็คิดถึงเจ้าเหมียวนี่ด้วย น่ารักมั่ก นอนอยู่ขึ้นมานอนบนหัวเลยอ่ะ ตามนัวเนีย นี่ถ้าไม่ใช่แมวดำ มันคงโดนอุ้มไปแล้ว

สะพานข้ามแม่น้ำน่าน

ระหว่างทางขี่ไปพระธาตุแช่แห้ง ไปเย็นมากละ ไม่มีคนเลย



ข้าวซอยร้านวันดา ใครๆ ก็ต้องแวะ เจ้มจ้นถึงใจ


ร้าน Coffee Sound

พวกอาหารหรือของกิน ลองลง app foursquare หรือ วงใน wongnai จะช่วยได้เยอะ มีแผนที่พาไปได้เลย