Jet lag คืออาการของ คนที่เดินทางต่างประเทศ ที่มีช่วงเวลาต่างกัน หรือเรียกว่า ข้ามเส้นเวลา
ตอนแรกก็คิดว่า อเมริกาเวลาต่างจากไทย 12 ชั่วโมง ถ้าในระหว่างบิน 24 ชั่วโมง เรานอนสลับตื่น ทีละ 8 ชั่วโมง โดย 8 ชั่วโมงหลังไม่นอน แล้วพอถึงบอสตันกลางคืนแล้วนอนพอดี จะทำให้ชีวิตเราปลอดโปร่งโล่งสบาย หมดอาการเจ็ทแล็ค
แต่ไม่เลย.... ตอนไปถึงบอสตัน คืนนั้นก็นอนปกติประมาณสี่ทุ่ม พอเช้าอีกวันออกไปเที่ยว พอตกเย็นเท่านั้นแหล่ะ จะต้องนอนเดี๋ยวนั้นเลย หกโมงเย็นปั๊บ ง่วงมากกกกก ทุ่มนึงนอนละ เป็นอย่างนี้อยู่ประมาณ 4 วัน โดยแต่ละวันจะเพิ่มเวลาอยู่ได้วันละชั่วโมงครึ่ง
สรุป...อาการเจ็ทแล็ค คือการตอบสนองของร่างกาย จากความคุ้นเคย เพราะเวลานั้นๆ ที่เมืองไทย อวัยวะของเรามันหลับไปแล้ว... จบ
ว่ากันด้วยเรื่อง บอสตัน
จากสนามบิน JFK, New York เดินทางต่อกันเลย ด้วยสายการบิน american airline ราคาประมาณ ห้าพันกว่าบาท รวมโหลดกระเป๋า 1 ใบ นน. 23 กก. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง
บอสตัน... เป็นเมืองเก่าแก่ของ อเมริกา ส่วนมากผู้คนมักนิยมไปเรียน เพราะเป็นเมืองที่รวมหลายๆ มหาวิทยาลัย ทั้งฮาววาร์ด, มหาวิทยาลัยบอสตัน
นกเล็ก หาที่พักให้เรา เป็นอพาร์ทเม้นท์ ชั้นใต้ดิน ที่เจ้าของเป็นคนไทย โดยเค้าทำงานที่บอสตัน 6 เดือน ไทย 6 เดือน ช่วงที่เค้ากลับไทย ก็ให้เพื่อนๆ หรือคนรู้จักเช่า ทำเลที่พักดีมากกกกก แถว โรงแรมฮิวตัน และเชอราตัน ใกล้รถไฟใต้ดิน อยู่ย่านกลางเมืองเลยล่ะ
อากาศเดือนเมษาฯ นี่ยังถือว่าหนาวอยู่ เพราะเป็นช่วงระหว่างผลัดเปลี่ยนจาก winter เป็น spring อุณหภูมิ ประมาณ 1 - 12 องศา ถ้าฝนตกก็จะแบบ น้องๆ ช่องฟรีซอ่ะ ส่วนต้นไม้ยังมีแต่กิ่ง
ตึกและที่อยู่อาศัย เป็นดีไซน์แบบ ดูแล้วคลาสสิก เป็น brown brick สวยดี ชอบมากกก
แพลนการเที่ยวที่บอสตัน ไม่ได้ยุ่งยากมาก เพราะนกเล็กอยู่ในช่วงรอทำงานที่ใหม่ เลยว่าง และมีรถ ดังนั้นเราเลยมีคนพาเที่ยว หลักๆ คือเดินในเมือง และออกไปเที่ยวนอกเมือง แถวชายทะเล คือ new port และ maine
วันแรกๆ นอกจากเดินเล่น ก็จะมีแวะซุปเปอร์ เพื่อหาซื้อน้ำดื่ม และอาหารมาแช่ตู้เย็น เพราะที่พักมีครัว สามารถปรุงอาหารได้ มาเมืองนอกทั้งที ไหนๆ ก็มาถึงแหล่ง ดังนั้นต้องกินผลไม้ ที่บ้สนเราต้องอิมพอร์ตเข้ามา เลยจัด สตอเบอรี่, แบลคเบอรี่สด, ส้ม, กีวี่ เพราะมาถึงแหล่ง เลยราคาไม่แพง แบล็คเบอรี่สดๆกล่องนึง 3 เหรียญ หวาน อร่อย มีเม็ดพอกรุบกริบ อร่อยมั่ก (น้ำเปล่าที่นี่ก็ขวดละ 3 เหรียญ น้ำตาจะไหล โคตรแพงอ่ะ)
ไข่ไก่ที่นี่จะเปลือกสีขาว เนื้อไข่แน่น ไม่เปราะบาง คือพอลองทอดไข่ดาว แล้วคว่ำไข่ ไข่แดงจะไม่แตก และรอบนอกจะสุก เหลือเป็นไข่แดงเยิ้มด้ายใน สุดยอดมาก ไข่แข็งแรงจริงๆ แต่ในรูปนั่นทำไข่ต้ม
นกเล็กพาไปกินพิซซ่า เจ้าดัง OTTO Pizza 289 Harvard St (at Green St.), Brookline, MA 02446
เท่าที่นั่งสังเกตุ คนก็เค้ามากินเรื่อยๆ เลย มีพิซซ่าหลายหน้า เราลองสั่งหน้าชีส กับอีกหน้า เป็นไก่กับเห็ด กินด้วยกัน 3 คน ฝรั่งนี่ เวลาเค้ากิน เค้าจะสั่งคนละถาดเลยนะ กินไม่หมด ก็เอากลับบ้าน สมชื่อ อเมริกันแชร์ คือใครกินใครจ่าย ของใครของมัน ไม่ยุ่งคนอื่น ของแฟนกันนี่ ยังจกกินกันไม่ได้เลย
มาว่ากันด้วยรสชาติ คือพิซซ่า ตัวแป้งเป็นแบบบางกรอบ ซึ่งกินง่าย และอร่อย หน้าชีส มีชีสหลายแบบ อร่อยมาก หน้าไก่กับเห็ดมันมีผลไม้หรือลูกอะไรก็ไม่รู้ ซึ่งหวานๆ ดี พอกินรวมๆ กันก็อร่อย เราไม่ได้ใส่ซอสมะเขือเทศ เพราะเค้าไม่มีให้ และไม่กล้าขอ เพราะเคยอ่านบทความมาว่า การกินพิซซ่าตริงๆ เค้าให้กินซอสที่อยู่ในหน้า ไม่ใช่เอะอะๆ จิ้มซอสมะเขือเทศ สเต็กด้วยเหมือนกัน ก็เคยคิดว่า ฝรั่งเค้าคงไม่กินพิซซ่ากับซอสมะเขือเทศ
มาว่ากันด้วยรสชาติ คือพิซซ่า ตัวแป้งเป็นแบบบางกรอบ ซึ่งกินง่าย และอร่อย หน้าชีส มีชีสหลายแบบ อร่อยมาก หน้าไก่กับเห็ดมันมีผลไม้หรือลูกอะไรก็ไม่รู้ ซึ่งหวานๆ ดี พอกินรวมๆ กันก็อร่อย เราไม่ได้ใส่ซอสมะเขือเทศ เพราะเค้าไม่มีให้ และไม่กล้าขอ เพราะเคยอ่านบทความมาว่า การกินพิซซ่าตริงๆ เค้าให้กินซอสที่อยู่ในหน้า ไม่ใช่เอะอะๆ จิ้มซอสมะเขือเทศ สเต็กด้วยเหมือนกัน ก็เคยคิดว่า ฝรั่งเค้าคงไม่กินพิซซ่ากับซอสมะเขือเทศ
สำหรับคนไทย ที่มาบอสตัน จุดหนึ่งที่เราเมมโมรี่ไว้เลย ว่าต้องไปให้ได้ คือ จตุรัสภูมิพล
จัตุรัสภูมิพล (King Bhumibol Adulyadej Square) อยู่บริเวณ ใกล้กับ Harvard Square ซึ่งเป็นอนุสาวรีย์ที่ตั้งขึ้นเป็นที่ระลึกถึงในหลวง กษัตริย์พระองค์เดียวในโลกที่ประสูติ ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา
ปลื้มปริ่มมาก แค่นี้ก็ภูมิใจ ^_^












No comments:
Post a Comment